“ทรัมป์” ปล่อยคลิปเปิดใจจากรพ. อัพเดทอาการตัวเอง โดนสื่อสหรัฐฯถล่ม ย้อนเหตุการณ์ไม่ยอมสวมหน้ากาก

มีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า บัญชีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่คลิปความยาว 4 นาที เมื่อช่วงเย็นของวันเสาร์ ที่ 3 ต.ค. 2563 ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นการแถลงของผู้นำสหรัฐจากห้องพักภายในศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติ วอลเทอร์ รีด สถานพยาบาลที่เขาไปเข้าพักรักษาตัวจากการล้มป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีใจความสำคัญว่าตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เดินทางกลับไปที่ทำเนียบขาวในเร็ววันนี้

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังเปิดเผยต่อว่า ก่อนที่เขาจะเดินทางมายังโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น เขารู้สึกไม่ค่อยดี แต่เมื่อมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาก และขอชมเชยคณะแพทย์ พยาบาล ที่ต่างทำงานอย่างหนัก เพื่อรักษาอาการโรคโควิดของเขาให้หายโดยเร็วที่สุด

เจ้าตัวบอกด้วยว่า สถานการณ์ในตอนนี้กดดันให้เขาไม่มีทางเลือก นอกจากต้องย้ายตัวเองมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากก่อนหน้านั้นคณะแพทย์บอกกับเขาว่าหากเขาไม่ต้องการมาที่นี่ ก็ต้องขังตัวเองอยู่แต่ภายในห้องที่ทำเนียบขาวเท่านั้น จะออกมาเดินไปมาข้างนอกไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เขาไม่สามารถยอมรับได้ จึงตัดสินใจเดินทางมาที่โรงพยาบาล โดยเขา ระบุว่า ช่วง 2-3 วันนับจากนี้ คือ บททดสอบอย่างแท้จริงสำหรับตัวเอง

ช้อปอยู่บ้านอุ่นใจ
ช้อปอยู่บ้านอุ่นใจ

ขณะที่ทางด้านดร.ฌอน คอนลีย์ นายแพทย์ประจำตัวของประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยว่า อาการของประธานาธิบดีทรัมป์ดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล และรับยาเรมเดซิเวียร์ แต่ยังถือว่าไม่ปลอดภัยจากโรคโควิด ยังคงต้องเฝ้าติดตามอาการอยู่ โดยอาการล่าสุดขณะนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐไม่มีไข้ และไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจออกซิเจน ซึ่งคณะแพทย์พอใจมากกับขั้นตอนการรักษาและการตอบสนองของผู้ป่วย

ทั้งนี้จะเห็นว่าที่ผ่านมา ทรัมป์มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิดอย่างมาก เนื่องจากบุคคลใกล้ชิดต่างพากันป่วย และเจ้าตัวก็ได้พบปะกับบุคคลเหล่านั้น รวมทั้งทรัมป์ไม่สวมหน้ากาก จะมีเพียงไม่กี่ครั้งที่ต้องยอมสวม จึงอาจจะเป็นสาเหตุที่ให้เจ้าตัวป่วยโควิด-19 ในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามสื่อดังในสหรัฐฯ ต่างวิเคราะห์ว่า ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ให้ความสำคัญกับการสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่เชื้อไวรัสชนิดนี้เริ่มแพร่ระบาดในสหรัฐ และในแต่ละวันที่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน จะเห็นทรัมป์ไม่เคยสวมหน้ากากอนามัยเลย รวมทั้งการเดินทางหาเสียงตามรัฐต่าง ๆ ผู้นำสหรัฐให้เหตุผลว่า “ผมจงใจที่จะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องสวมหน้ากากอนามัย และถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพราะไม่อยากสร้างความตื่นตระหนก”ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเมื่อเดือนมี.ค.แม้ทีมงานด้านสาธารณสุขจะแนะนำตลอดว่าให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

แถมในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อไม่นานมานี้ ที่มีผู้สนับสนุนร่วมฟังจำนวนหลายพันคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากากอนามัย ทรัมป์ ก็วิจารณ์โจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 3 พ.ย.นี้ว่า ขนาดหาเสียงใกล้บ้านเกิดในเดลาแวร์ยังแสดงท่าทีระมัดระวังมากขนาดนี้ แถมในการดีเบตรอบแรกในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เมื่อวันอังคาร (29ก.ย.) ที่ผ่านมาว่า “ทุกครั้งที่คุณเห็นเขา เขาจะสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้ง ๆ ที่เขาพูดห่างจากพวกคุณ200 ฟุตได้ แถมหน้ากากอนามัยที่เขาสวมก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น”

การไม่สวมหน้ากากอนามัยของทรัมป์ กลายเป็นแถลงการณ์ทางการเมืองสำหรับกลุ่มสนับสนุนทรัมป์ โดยในช่วงต้นเดือนมิ.ย.เมื่อทรัมป์ จัดให้มีการรวมพลังครั้งใหญ่ในเมืองทุลซา รัฐโอกลาโฮมา ปรากฏว่ามีคนออกมารวมพลังสนับสนุนเขาหลายพันคนโดยที่ไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยเลย ซึ่งในการรวมพลังครั้งนี้ เฮอร์แมน คาอิน นักธุรกิจระดับผู้บริหารและอดีตผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน วัย 74 ปี เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 30 ก.ค.

มาถึงวันที่สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19เกือบ 7.3 ล้านคนและมีคนเสียชีวิตจากโรคนี้จำนวนกว่า 207,000 คน ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงชื่นชมตัวเองเกี่ยวกับการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคนี้ แต่การรับมือของทรัมป์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือจุดอ่อนทางการเมืองที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย. เพราะผลสำรวจล่าสุด บ่งชี้ว่าชาวอเมริกัน80-90%สนับสนุนการสวมหน้ากากอนามัย

จุดอ่อนของทรัมป์ในเรื่องนี้ ถูกไบเดนนำมาพูดถึงทุกครั้งที่ออกหาเสียงตามรัฐต่าง ๆ ขณะที่ผลสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งก็พบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 ของประธานาธิบดี